Potenza คือ อะไร เลเซอร์ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิว

Potenza คืออะไร

Potenza (โพเทนซ่า) เป็นเครื่องเลเซอร์ในกลุ่ม Microneedle Radiofrequency Device ใช้กระบวนการทำงานโดยการปล่อยคลื่นวิทยุที่ปลายเข็ม เข้าไปที่ชั้นผิว(Dermis)โดยเครื่องนี้ผลิตจากบริษัท Cynosure ซึ่งเป็นบริษัทเลเซอร์ในระดับโลก

โปรแกรม Potenza สามารถปรับระดับได้หลากหลาย และปรับโหมดได้ทั้ง Monopolar Mode และ Bipolar Mode ซึ่ง 2 โหมดนี้นำมาใช้ในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ทำให้ครอบคลุมปัญหาที่ต้องการแก้ไขได้มากกว่า

สิ่งที่ Rainnie Clinic แตกต่าง ในการใช้โปรแกรม Potenza คือ ส่วนใหญ่คนทั่วไปยังเข้าใจกันว่า Potenza = หลุมสิว แต่เรนนี่คลินิกทำได้มากกว่านั้น

จุดที่เรนนี่คลินิกแตกต่าง คือ นำโปรแกรม Potenza มารักษาผิวเหี่ยว แก้ปัญหาเอ็นใบหน้าหย่อน ทำให้นอกจากจะฟื้นฟูผิวได้แล้ว ยังทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ลง

Potenza มีจุดเด่นอยู่หลักๆ 3 อย่างที่แตกต่างจากเครื่องมืออื่นๆในกลุ่มเดียวกัน คือ

  • Potenza เป็นคลื่นวิทยุที่มี 2 พลังงาน คือ Monopolar RF (เหมือน Thermage, Oligio, Volnewmer) และ Bipolar RF (เหมือน Morpheus, Vivace, infini, Sylfirm X) ซึ่งเป็นเครื่องเดียวในปัจจุบันที่สามารถปล่อยพลังงาน RF ได้ทั้ง 2 แบบในการรักษาครั้งเดียวกัน ทำให้แพทย์ที่ทำการรักษาสามารถเลือกใช้พลังงานได้หลากหลายมากขึ้น
    • นอกจากการปรับได้ 2 โหมดแล้ว ตัวเครื่องยังมีความละเอียดสูงในการตั้งพลังงาน ซึ่งสามารถปรับ Time Release ของการออกพลังงาน RF ได้สูงมาก ตั้งแต่ 100 ms ไปจนถึง 1,000 ms
    • หากเทียบกับ Sylfirm X และ ViVace ต้องยอมรับว่า Potenza ปรับได้ละเอียดกว่า เพราะสามารถ Customized พลังงานได้ละเอียดสูงสุดแยกเป็นจุดต่อจุด หลุมต่อหลุม ทำให้ผลลัพธ์การรักษาเห็นชัดเจนมากกว่า
  • Potenza มีเข็มให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบเข็ม Insulated และเข็ม Non-insulated ทำให้เกิดความปลอดภัยกับผิว ป้องกันการเบิร์นและโอกาสในการเกิดรอยดำหลังเลเซอร์ได้ นอกจากเข็มแบบ Insulated และ Non-Insluated แล้ว จำนวนเข็มที่สามารถใช้ได้ยังมีให้เลือกมากมาย ทั้ง 25 Pins และ 49 Pins
    • หากเปรียบเทียบกับ Sylfirm x ที่ทางคลินิกใช้อยู่แล้วที่มีเข็มให้เลือกแบบเดียวคือ XE-25 ซึ่งเป็นเข็มแบบ non-insulated แบบที่มีแค่ 25 Pins ก็เรียกได้ว่า Potenza มีความหลากหลายมากกว่าในการเลือกใช้
    • ปัจจุบันปี 2026 บริษัทผู้นำเข้า Sylfirm x ได้นำเข็มชนิด 49 pin ที่มีหน้าตัดกว้างขึ้นมาให้บริการ ในแง่ของการทำได้เร็วขึ้นคลอบคลุมพื้นที่มากขึ้น แต่หากเทียบความละเอียดของเข็ม Potenza 49 pin เบียดอยู่ในหน้าตัดที่แคบกว่า จะตอบโจทย์งานผิวมากกว่า เพราะรักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง การมี Injury ที่ผิวเยอะ (แต่ไม่มากเกินไป) จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมากกว่า
    • เรียกได้ว่า Potenza เข้ามาปิดช่องว่างที่ Sylfirm x ยังไม่สามารถทำได้ จริงๆแล้ว Potenza ทำได้หลากหลายและ Customized พลังงานได้มากกว่า Sylfirm x จริง แต่เราต้องประเมินผิวผู้เข้ารับบริการร่วมด้วย ว่าผิวแบบไหนเหมาะกับ Sylfirm x ผิวแบบไหนเหมาะกับ Potenza หรือเรียกได้ว่า ต้องมีการทำ Clinical Correlation ร่วมด้วยในการเลือกเทคโนโลยีที่แก้ปัญหาผิว ต้องเลือกคุณหมอที่มีประสบการณ์ใช้ทั้ง 2 เครื่อง จึงจะสามารถแยกความแตกต่างได้และเบือกใช้อย่างเหมาะสม
  • Potenza สามารถทำ Laser-assited drug delivery ได้ จากการที่มีหัว CP-21 และ CP-25 ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกกำลังใช้คุณสมบัตินี้ในการผลักตัวยาบางตัวที่อยากให้อยู่ในชั้นตื้นมากๆ เพื่อผลการรักษาที่เรียกได้ว่าจะทำให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น โดยตัวยาที่สามารถทำได้ เช่น Polynucleotide (PN), PLLA (SCULPTRA), PDLLA, Non-Crosslink HA, HA เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้หัวผลักยา CP-25 หรือ Infusion tip ที่มีคนไข้ให้ความสนใจเข้ารับบริการที่เรนนี่คลินิก

ตัวอย่างผลลัพธ์

การทำโปรแกรม Potenza แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

การทำโปรแกรมนี้แก้ปัญหาที่เกิดจากการขาดคอลลา้จน หรือในเคสที่ต้องการมห้ผิวหน้า หรือคอ หรือตัว มีคอลลาเจนเพิ่มขึ้น เช่น หน้าเหี่ยว ริ้วรอย หลุมสิว รูขุมขนกว้าง หน้ามัน ผิวคล้ำ หน้าแดง รักษาสิว รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาบริเวณรอบดวงตาให้กลับมาสดใสได้ ยกเปลือกตา แก้ปัญหาหนังตาตก เป็นต้น

หลักการทำงาน คือ อะไร? ทำไมแก้ได้หลายอย่าง?

เรียกได้ว่าโปรแกรมนี้เป็นเครื่องแรกในโลกที่ทำนวัตกรรม 4 โหมด คือ 2 ความถี่ และ 2 ขั้วของ RF โดยปกติแล้ว เวลาที่เราอยากแก้ปัญหาผิวไม่กระชับ ย้วย ยาน เราก็จะมองนวัตกรรม Monopolar RF เช่น Program Thermage, OligioX, Volnewmer เป็นต้น แต่ถ้าหากเราอยากแก้ปัญหารูขุมขนกว้างร่วมด้วย หรือมีหลุมสิวเราก็จะมองหาเทคโนโลยี Bipolar RF เช่น Sylfirm x, Vivace, Morpheus เป็นต้น

แล้วหากใครมีปัญหาหลายอย่าง แปลว่า ต้องทำแยก 2 เทคโนโลยี ซึ่งโปรแกรม Potenza ครบจบให้เลย ทำให้แพทย์ สามารถเลือกแก้ปัญหาได้หลากหลาย

• ความถี่ 1 MHz เป็นคลื่นความถี่ต่ำ ใช้กับผิวที่มีความบาง ใช้กระตุ้นผิวที่มีริ้วรอยเล็กๆ

ความถี่ 2 MHz เป็นคลื่นความถี่สูง ใช้สำหรับบริเวณที่ต้องการให้พลังงานลงเพื่อยกกระชับ พลังงานลงลึกและถี่

Monopolar Radiofrequency เป็นพลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว ต้องแปะแผ่นสื่อบริเวณลำตัวเพื่อให้ครบวงจร พลังงานจะลงลึกกว่า แต่ฟุ้งกว่า ทำให้ผิวได้รับพลังงานอย่างทั่วถึง

Bipolar Radiofrequency เป็นพลังงานคลื่นวิทยุแบบ 2 ขั้ว พลังงานเข้มข้นมากกว่า Monopolar แต่กระจุกอยู่จำเพราะกับบริเวณที่ปลายเข็มอยู่ เหมาะรักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ Program Potenza

• งดออกแดดจัด ก่อนและหลังทำ 7 วัน

• เว้นห่างจากเลเซอร์อื่นๆในชั้นผิวเดียวกัน 1 เดือน

• งดผลิตภัณฑ์รักษาสิว เช่น AHA, BHA, Retinol ก่อนและหลังทำ 7 วัน

• ไม่จำเป็นต้องรักษาสิวให้หายก่อนทำ สามารถทำเพื่อรักษาสิวได้

• ใช้เวลารวมปรึกษาแพทย์ จนถึงทำหัตถการเสร็จ 2-3 ชั่วโมง

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ

• งดออกแดดจัด หลังทำ 7 วัน

• งดผลิตภัณฑ์รักษาสิว เช่น AHA, BHA, Retinol หลังทำ 7 วัน

• 2 วันแรกให้ทาเฉพาะ Calecim Growth Factor Serum ซึ่งปกติทางคลินิกจะมีมอบให้หลังทำ โดยงดการแต่งหน้าและทารองพื้นรวมทั้งงดครีมกันแดด 2 วันแรก

• วันที่ 3 สามารถทากันแดด แต่งหน้าได้ตามปกติ สัปดาห์แรกแนะนำให้ใช้ Laroche Posay Cicaplast B 5 ที่ผสมสารกันแดด

• ผิวอาจมีความแดงอมชมพูได้ 1-3 วัน โดยปกติเทคนิคที่เรนนี่คลินิกใช้มักไม่แดงนานเกิน 2 วันและไม่มีเลือดสาด