ปี 2026 นี้ เชื่อว่ายาฉีดที่เป็นการฉีดผิวเพื่อแก้ปัญหาผิวชั้นบน ไม่ใช่การปรับรูปหน้าจะได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะหลายๆท่านเริ่มประสบด้วยตนเองแล้ว ว่าการปรับรูปหน้าหรือการฉีดสารเติมเต็มหรือแม้กระทั่ง Biostimulator แบบที่เคยทำมา 3-4 ปีที่ผ่านมาแก้ปัญหา “ผิวชั้นบน” ไม่ได้ เสียเงินไปหลายแสนผิวหน้าก็ยังคงเหี่ยวอยู่เช่นเดิม
เรนนี่คลินิกเราใช้เวลากว่า 5 ปีในการรักษาปัญหาผิวชั้นบนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว หลุมสิว ผิวหน้าเหี่ยวย่น ริ้วรอย และปัญหาเรื่องฝ้า
การเข้ามาของ 2% PN-HPT ช่วยให้เรนนี่คลินิกทำงานได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นมากๆ เหตุผลเพราะเข้ามา Filled the Gap ได้พอดิบพอดี กับปัญหาที่ Botox ไม่ช่วย, Biostimulator ฉีดชั้นนี้ไม่ได้ ส่วน Fillers อย่าหวัง…
” เรนนี่คลินิกจึงมียอดใช้โปรแกรม Plinest ติด Top 10 ของประเทศ “
Program Plinest คืออะไร?
Program Plinest เป็นตัวยา 2% Polynucleotide ที่สกัด DNA ของ Trout Gonad ซึ่งมีความเข้มข้นของ DNA ที่สูงกว่า SALMON ผ่านกระบวนการ HPT (Highly Purified Technology) ซึ่งช่วยให้ได้สารที่มีคุณภาพสูงและบริสุทธิ์ได้รับการยอมรับในเรื่องของประสิทธิภาพและกำลังเป็นที่นิยมในตลาดความงามสากล ถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงคุณภาพผิวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันผิวเพื่อลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพ หรือทำให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง นอกจากนั้น Program Plinest ยังมีประสิทธิภาพสูงในการรักษารอยแผลเป็น เนื่องจากเป็ฯการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวด้วยกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติของร่างกายและช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเติมเต็มหน้าล้นเกินพอดี (Overfilling) จนทำให้หน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ
What is Program plinest ?
- ช่วยฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอยและสัญญาณแห่งวัย
- กระตุ้น Fibroblast และ Collagen เพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
- เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืนหยุ่นให้แก่ผิว
- ฟื้นฟูให้ผิวกลับมาสว่าง กระจ่างใส และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
Program Plinest มีกี่รุ่น กี่แบบ
Program Plinest มี 2 รุ่น คือ Plinest และ Plinest fast
Program Plinest : 2% Polynucleotide (40mg/2ml) รุ่นนี้สำหรับการฉีดหน้า
Plinest FAST : 2% Polynucleotide (15 mg/2 ml) รุ่นสำหรับฉีดรอบตา
Program plinest เหมาะกับผิวแบบไหน?
(1) ผิวแก่ คือ ผิวที่เหี่ยวตามกาลเวลา (chronoaging) และมีผิวที่เหี่ยวจากการที่โดนแสงแดดทำร้าย (photoaging)
(2) รอยแตกลาย (striae albae)
(3) หลุมสิว (atrophic acne scars)
(4) ใช้เป็น Skin Primer solution เตรียมผิวก่อนทำเลเซอร์อื่นๆในหัตถการความงาม เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ดีขึ้น
(5) ผู้ที่มีผิวแห้ง เพราะมีคุณสมบัติ Moisturizing effect ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวในผู้ที่มีผิวแห้ง
(6) ผู้ที่มีการอักเสบใต้ผิว เนื่องจากมีคุณสมบัติ Anti-inflammatory Effect เช่น ผู้ที่มีผิวแดงอักเสบหมองคล้ำ, ผู้ที่มีรอยแดงสิวตามหลังการเป็นสิวอักเสบ เป็นต้น
(7) ผู้ที่ต้องการบำรุงเส้นผม ผมบาง ผมร่วง
ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน?
ตามงานวิจัยสามารถฉีดได้ทุก 2-3 สัปดาห์ หลายๆงานวิจัยฉีดทุก 3 สัปดาห์ เป็นจำนวน 3 ครั้ง และติดตามผลหลังจากทำครั้งสุดท้ายไปอีก 3 เดือน ผลลัพธ์ตามงานวิจัย 60% ของคนไข้ประเมินว่าผลลัพธ์ดีขึ้นกว่าก่อนทำการรักษา และสำหรับการรักษาบริเวณคอ พบว่า 87.8% ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
Treatment Protocol สำหรับโปรแกรม Plinest *เทคนิคของเรนนี่คลินิกมี 3 แบบ ให้แพทย์ประเมินก่อนทำการรักษาว่าผิวเราเหมาะทำแบบไหน ฉีดความลึก 3 ระดับ*
| บริเวณที่รักษา | Treatment Protocol | จำนวนครั้ง |
| ผิวปกติ | 1 หลอด ทุก 2-3 สัปดาห์ | 3 ครั้ง |
| ผิวแก่มาก | 1 หลอด ทุก 2-3 สัปดาห์ | 4 ครั้ง |
| บริเวณที่รักษา | โปรแกรม | จำนวน ml | จำนวนครั้ง ทุก 2-3 สัปดาห์ |
| รอบตา | Plinest 15mg/2 ml | 1-2 ml | 3-4 ครั้ง |
| คอ | Plinest 15mg/2 ml | 1-2 ml | 3-4 ครั้ง |
| เนินอก | Plinest 15mg/2 ml | 2 ml | 3-4 ครั้ง |
| หลังมือ | Plinest 15mg/2 ml Plinest 40mg/2 ml | 2 ml | 3-4 ครั้ง |
| บริเวณที่รักษา | โปรแกรม | จำนวน ml | จำนวนครั้ง |
| Scalp (หนังศีรษะ) | Plinest 15mg/2 ml | 2 ml | ฉีดทุก 1-2 สัปดาห์ เป็นจำนวน 4 ครั้ง ตามด้วย Maintain ทุก 1 เดือน อีก 4 ครั้ง |
| รอยแตกลาย | Plinest 40mg/2 ml | 2-8 ml | ฉีดทุก 1-2 สัปดาห์ เป็นจำนวน 4 ครั้ง ตามด้วย Maintain ทุก 1 เดือน อีก 4 ครั้ง |
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำโปรแกรม Plinest
(1) ผิวเรียบเนียนขึ้น (improve skin surface quality)
(2) หลุมสิว และ Skin texture ดีขึ้น
(3) ผิวกระจ่างใสมากขึ้น (Improve skin pigmentation and brightness)
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ตามงานวิจัยผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6 เดือน และผลลัพธ์ขึ้นกับบุคคลและ Lifstyle การใช้ชีวิตและการดูแลผิว




Reference : (1) J Cosmet Dermatol
. 2026 Jan 2;25(1):e70532. doi: 10.1111/jocd.70532 (2) Clin Cosmet Investig Dermatol
. 2024 Feb 13;17:417–431 (3) J Cosmet Dermatol 2021 Mar;20(3):922-928.